Collagen คืออะไร? ทำไมร่างกายถึงต้องการคอลลาเจน
ผิวดูสดใส ข้อต่อเคลื่อนไหวคล่องตัว พร้อมโครงสร้างร่างกายที่แข็งแรง ทั้งหมดนี้มี Collagen เข้ามาเกี่ยวข้องค่ะ แต่จริงๆ แล้ว Collagen คืออะไร และมีบทบาทกับร่างกายมากแค่ไหน? บทความนี้โรงงานผลิตอาหารเสริม พามาไขข้อสงสัย คอลลาเจน คืออะไร? พร้อมไขข้อสงสัยว่าทำไมการทานคอลลาเจนถึงจำเป็นกับเรา
Collagen คืออะไร?

Collagen อ่านว่า คอลลาเจน เป็นโปรตีนโครงสร้างชนิดสำคัญที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง และเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective Tissue) ทำหน้าที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและคงโครงสร้างของผิว กระดูก กระดูกอ่อน เอ็น และเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย
ถ้าร่างกายเปรียบเหมือนบ้าน Collagen ก็คล้ายส่วนที่ช่วยพยุงและประคองโครงสร้างให้คงรูป โดยในร่างกายมีคอลลาเจนหลายชนิด แต่ละชนิดมีหน้าที่และพบในเนื้อเยื่อแตกต่างกันไป ดังนั้น คอลลาเจนจึงไม่ได้เกี่ยวข้องแค่เรื่องผิว แต่ยังมีบทบาทต่อโครงสร้างและการทำงานของร่างกายในหลายด้าน
ประโยชน์ของ Collagen ช่วยอะไรได้บ้าง?
Collagen เป็นโปรตีนโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อหลายส่วนของร่างกาย เพราะฉะนั้นประโยชน์ของคอลลาเจนจึงไม่ได้มีแค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการคงโครงสร้างและความแข็งแรงของเนื้อเยื่อต่างๆ ด้วย โดยมีบทบาทสำคัญดังนี้
1. ช่วยคงโครงสร้างและความแข็งแรงของผิว
Collagen เป็นองค์ประกอบสำคัญของชั้นผิว โดยมีส่วนช่วยให้โครงสร้างผิวมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนลดลง จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย
2. มีส่วนช่วยดูแลโครงสร้างกระดูก
คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเมทริกซ์ในกระดูก โดยทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้แร่ธาตุอย่างแคลเซียมเข้ามาสะสมในเนื้อกระดูก จึงมีบทบาทต่อความแข็งแรงของกระดูกค่ะ
3. เป็นส่วนประกอบของกระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
Collagen โดยเฉพาะคอลลาเจนชนิดที่ 2 พบมากในกระดูกอ่อน จึงมีส่วนสำคัญต่อโครงสร้างของเนื้อเยื่อบริเวณข้อต่อ ขณะที่คอลลาเจนชนิดอื่นๆ ก็พบในเอ็นและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหลายตำแหน่งของร่างกาย
4. ช่วยเสริมโครงสร้างของเอ็นและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
เอ็น (Tendon) และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหลายชนิดมีคอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลัก จึงมีบทบาทต่อความแข็งแรงและการรับแรงของเนื้อเยื่อเหล่านี้
5. เกี่ยวข้องกับกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
คอลลาเจนมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะในกระบวนการสมานแผล ซึ่งร่างกายจะมีการสร้างและจัดเรียงคอลลาเจนเพื่อช่วยสร้างโครงสร้างของเนื้อเยื่อใหม่
Collagen นำไปใช้ทำอะไรบ้าง?
จริงๆ แล้วคอลลาเจนถูกนำไปใช้ประโยชน์หลากหลายกว่าที่คิด ทั้งในด้านอาหาร สุขภาพ ความงาม และการแพทย์ โดยสามารถพบการนำ Collagen ไปใช้ได้ในหลายรูปแบบ ดังนี้
- ใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารและเครื่องดื่ม
Collagen Hydrolysate หรือคอลลาเจนเปปไทด์ สามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เนื่องจากสามารถละลายและนำไปประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์ได้ค่อนข้างหลากหลาย
- ใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

Collagen มักอยู่ในรูปของคอลลาเจนเปปไทด์หรือคอลลาเจนไฮโดรไลเซต ซึ่งผ่านกระบวนการย่อยโมเลกุลให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้เหมาะกับการนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทั้งนี้การรับประทานไม่ได้หมายความว่าคอลลาเจนจะถูกส่งไปยังผิวหรือข้อต่อโดยตรง แต่ร่างกายจะย่อยและนำกรดอะมิโนกับเปปไทด์ไปใช้ตามกระบวนการของร่างกาย
- ใช้ในผลิตภัณฑ์ด้านความงามและสกินแคร์
คอลลาเจนสามารถพบเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบางชนิด โดยมักใช้ในด้านการให้ความชุ่มชื้นและช่วยสร้างฟิล์มเคลือบบนผิว อย่างไรก็ตาม คอลลาเจนที่ทาลงบนผิวไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนคอลลาเจนที่อยู่ในชั้นผิวโดยตรง เพราะโมเลกุลมีขนาดค่อนข้างใหญ่
- ใช้ในวงการแพทย์และวัสดุชีวภาพ
Collagen มีคุณสมบัติที่เหมาะกับการนำมาพัฒนาเป็นวัสดุชีวภาพ (Biomaterial) จึงมีการนำไปประยุกต์ใช้ในงานทางการแพทย์ เช่น วัสดุสำหรับช่วยปิดแผล วัสดุสำหรับการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์บางประเภท โดยการใช้งานจะแตกต่างกันตามชนิดและการออกแบบของวัสดุ
- ใช้ในงานวิจัยด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อ
ด้วยความที่คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและมีคุณสมบัติทางชีวภาพที่เหมาะสม จึงถูกนำมาศึกษาและพัฒนาเป็นโครงร่างสำหรับการสร้างเนื้อเยื่อในงาน Tissue Engineering เพื่อศึกษาด้านการซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อในอนาคต
Collagen มีกี่ประเภท?

ในร่างกายมนุษย์มีคอลลาเจนหลายชนิด โดยปัจจุบันมีการค้นพบมากกว่า 20 ชนิด แต่ละชนิดมีโครงสร้างและพบมากในเนื้อเยื่อแตกต่างกันไป สำหรับประเภทที่มักถูกพูดถึงและมีบทบาทสำคัญ มีดังนี้ค่ะ
Collagen Type I
เป็น Collagen ชนิดที่ 1 ซึ่งพบมากที่สุดในร่างกาย และเป็นองค์ประกอบสำคัญของผิวหนัง กระดูก เอ็น และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบางชนิด มีบทบาทด้านความแข็งแรงของโครงสร้าง จึงเป็นชนิดที่มักถูกพูดถึงในผลิตภัณฑ์คอลลาเจนสำหรับรับประทาน
Collagen Type II
Collagen ชนิดที่ 2 พบมากในกระดูกอ่อน โดยเฉพาะบริเวณข้อต่อ จึงมีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างและคุณสมบัติของกระดูกอ่อน รวมถึงช่วยให้เนื้อเยื่อสามารถรองรับแรงกดและแรงกระแทกได้
Collagen Type III
Collagen ชนิดที่ 3 มักพบร่วมกับ Type I โดยพบในผิวหนัง หลอดเลือด และอวัยวะภายในบางส่วน มีบทบาทในการช่วยคงโครงสร้างและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ จึงถือเป็นอีกหนึ่งประเภทที่ทำงานคู่กับ Collagen Type I ได้อย่างใกล้ชิด
Collagen Type IV
แตกต่างจาก 3 ชนิดแรกตรงที่ Collagen Type IV เป็นองค์ประกอบสำคัญของ Basement Membrane หรือเยื่อฐาน ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างบางๆ ที่อยู่บริเวณรอยต่อระหว่างเซลล์กับเนื้อเยื่อ มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างและการทำงานของเนื้อเยื่อ
Collagen Type V
Collagen Type V พบในเนื้อเยื่อหลายบริเวณ และมักพบร่วมกับ Collagen Type I โดยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการควบคุมการก่อตัวและการจัดเรียงของเส้นใยคอลลาเจน จึงมีส่วนช่วยให้โครงสร้างของเนื้อเยื่อมีความเป็นระเบียบ
Collagen มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังไหม?
แม้คอลลาเจนจะเป็นโปรตีนที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ แต่การรับประทานในรูปแบบอาหารเสริมก็อาจมีข้อควรระวัง โดยเฉพาะในคนที่มีอาการแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ โดยผลข้างเคียงที่ควรระวังมีดังนี้
- อาจมีอาการไม่สบายท้องในบางคน : การรับประทานคอลลาเจนอาจทำให้บางคนมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น แน่นท้อง คลื่นไส้ หรือรู้สึกไม่สบายท้องได้
- ควรระวังเรื่องแหล่งที่มาของคอลลาเจน : คอลลาเจนในอาหารเสริมอาจมาจากหลายแหล่ง เช่น ปลา วัว หรือหมู หากมีประวัติแพ้อาหารบางชนิด ควรอ่านฉลากและตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบก่อนรับประทาน
- ตรวจสอบส่วนประกอบอื่นในผลิตภัณฑ์ด้วย : อาหารเสริมคอลลาเจนบางสูตรไม่ได้มีเพียงคอลลาเจน แต่ผสมวิตามิน แร่ธาตุ หรือสารอื่นๆ ดังนั้นควรอ่านฉลากให้ครบ โดยเฉพาะหากรับประทานอาหารเสริมหลายชนิดอยู่แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับสารบางตัวในปริมาณซ้ำซ้อน
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ : หากมีโรคประจำตัว รับประทานยาเป็นประจำ ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจน เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
ใครบ้างที่ห้ามกิน Collagen?
- ผู้ที่แพ้แหล่งวัตถุดิบของคอลลาเจน เช่น แพ้ปลา ควรหลีกเลี่ยงคอลลาเจนที่มาจากปลา
- ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบอื่นในผลิตภัณฑ์ ควรอ่านฉลากให้ละเอียดก่อนรับประทาน
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาเป็นประจำ ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินความเหมาะสม
- ผู้ที่ต้องควบคุมสารอาหารบางชนิด ควรตรวจสอบส่วนประกอบเพิ่มเติม เพราะผลิตภัณฑ์ Collagen แต่ละสูตรอาจมีสารอื่นผสมอยู่แตกต่างกัน
- ผู้ที่มีอาการผิดปกติหลังรับประทาน เช่น ผื่น คัน บวม หรืออาการแพ้ ควรหยุดรับประทานและพบแพทย์ทันที
วิธีป้องกันไม่ให้ Collagen ในร่างกายลด

เมื่ออายุมากขึ้น Collagen ในร่างกายจะลดลงตามธรรมชาติ จึงไม่สามารถป้องกันไม่ให้คอลลาเจนลดลงได้แบบ 100% แต่เราสามารถปรับพฤติกรรมและปัจจัยต่างๆ ที่ช่วยลดการทำลายคอลลาเจนและสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนของร่างกายได้ เช่น
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
รังสี UV สามารถกระตุ้นกระบวนการที่ทำลายคอลลาเจนในผิวได้ การปกป้องผิวจากแสงแดดจึงเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ช่วยดูแลโครงสร้างคอลลาเจน - รับประทานอาหารให้หลากหลายและครบถ้วน
เน้นอาหารที่มีโปรตีนเพียงพอ รวมถึงผักและผลไม้ที่เป็นแหล่งของวิตามินและสารอาหารต่างๆ ซึ่งร่างกายนำไปใช้ในกระบวนการสร้างและดูแลเนื้อเยื่อ - งดสูบบุหรี่
สารในควันบุหรี่เกี่ยวข้องกับความเครียดออกซิเดชันและการทำลายโครงสร้างคอลลาเจนในผิว จึงควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ - ลดการดื่มแอลกอฮอล์
การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นประจำอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ การจำกัดปริมาณจึงเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่ดีต่อร่างกายค่ะ - นอนหลับให้เพียงพอและจัดการความเครียด
การพักผ่อนอย่างเหมาะสมและจัดการกับความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพโดยรวมที่ดี ซึ่งช่วยให้ร่างกายทำงานและฟื้นฟูเนื้อเยื่อต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Collagen
อาหารเสริม Collagen กินทุกวันได้ไหม?
โดยทั่วไปสามารถรับประทาน Collagen ได้ทุกวันตามปริมาณที่ระบุบนฉลาก หากไม่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพหรือแพ้ส่วนประกอบ
Collagen กินแล้วทำให้ผิวขาวขึ้นจริงไหม?
Collagen ไม่ได้มีคุณสมบัติทำให้ผิวขาวโดยตรง งานวิจัยบางส่วนพบว่า Collagen Peptides อาจช่วยด้านความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิวได้
Collagen Type II มีสรรพคุณอะไรบ้าง?
Collagen Type II เป็นคอลลาเจนที่พบมากในกระดูกอ่อน จึงมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างของกระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อบริเวณข้อต่อ
ควรกิน Collagen ช่วงเวลาไหนจึงเหมาะสม?
ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการกิน Collagen เวลาใดให้ผลดีที่สุด สามารถรับประทานช่วงเวลาที่สะดวกและทำได้สม่ำเสมอค่ะ
ควรเริ่มกิน Collagen ตอนอายุเท่าไหร่?
โดยทั่วไปแนะนำให้เริ่มทานตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป เนื่องจากร่างกายจะเริ่มผลิตคอลลาเจนลดลง
ต้องกิน Collagen นานแค่ไหนจึงจะเห็นผล?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของ Collagen แต่โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลช่วงประมาณ 4 ถึง 12 สัปดาห์ หรือ 1-3 เดือน
สรุปบทความ
Collagen เป็นโปรตีนโครงสร้างสำคัญที่มีบทบาทต่อทั้งผิว กระดูก กระดูกอ่อน เอ็น และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหลายส่วนของร่างกาย แม้คอลลาเจนจะลดลงตามวัยตามธรรมชาติ แต่การรับประทานอาหารให้ครบถ้วน ปกป้องผิวจากแสงแดด งดสูบบุหรี่ และดูแลสุขภาพโดยรวม ล้วนเป็นพื้นฐานที่ช่วยดูแลร่างกายได้ค่ะ ส่วนการเลือก Collagen ในรูปแบบอาหารเสริม ควรพิจารณาชนิด แหล่งที่มา ส่วนประกอบ และความเหมาะสมกับตัวเองควบคู่กันไป
สนใจปรึกษาผลิตอาหารเสริม OEM คอลเจน กับเรา
โทร : 063-081-0630
Line : @dermagenerationlab
Facebook : DermagenerationLab โรงงานผลิตอาหารเสริม OEM