Skip to main content
dermagenerationlab โรงงานรับผลิตอาหารเสริม
Home » GMP คืออะไร? มีประเภทอะไรบ้าง ต่างจาก HACCP ยังไง ทำไมสำคัญกับโรงงานผลิตอาหารเสริม
GMP คืออะไร มีประเภทอะไรบ้าง ต่างจาก HACCP ยังไง ทำไมสำคัญกับโรงงานผลิตอาหารเสริม

GMP คืออะไร? มีประเภทอะไรบ้าง ต่างจาก HACCP ยังไง ทำไมสำคัญกับโรงงานผลิตอาหารเสริม

ยาวไป เลือกอ่านได้เลย

GMP คืออะไร

GMP ย่อมาจาก Good Manufacturing Practice คือ “หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต” เป็นมาตรฐานที่ใช้ควบคุมกระบวนการผลิตให้มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การผลิต การบรรจุ การจัดเก็บ ไปจนถึงการขนส่งสินค้า

จุดประสงค์หลักของ GMP คือการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภค เช่น การปนเปื้อนของเชื้อโรค สารเคมี สิ่งแปลกปลอม หรือความผิดพลาดในการผลิต

โรงงานที่ได้รับมาตรฐาน GMP จึงมักได้รับความเชื่อมั่นจากทั้งผู้บริโภคและเจ้าของแบรนด์มากกว่าโรงงานทั่วไป

GMP ครอบคลุมอะไรบ้าง

สิ่งที่GMP ครอบคลุม

GMP เป็นมาตรฐานที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต เพื่อให้สินค้าออกมามีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน โดย GMP จะไม่ได้ดูแค่ตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมตั้งแต่ คน เครื่องจักร สถานที่ และระบบการทำงาน” ภายในโรงงานทั้งหมด

หัวข้อหลักที่ GMP ครอบคลุม มีดังนี้

1. อาคารและสถานที่ผลิต

สถานที่ผลิตต้องถูกออกแบบให้เหมาะสมกับการทำงาน สะอาด และลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน เช่น

  • มีการแบ่งโซนการผลิตชัดเจน
  • ระบบระบายอากาศและแสงสว่างเพียงพอ
  • พื้น ผนัง และเพดานทำความสะอาดง่าย
  • มีระบบป้องกันแมลงและสัตว์พาหะ

2. เครื่องจักรและอุปกรณ์

เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตต้องได้มาตรฐานและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เช่น

  • วัสดุปลอดภัยต่อสินค้า
  • ทำความสะอาดง่าย
  • มีการบำรุงรักษาและตรวจสอบสม่ำเสมอ
  • ลดความเสี่ยงการปนเปื้อนระหว่างการผลิต

3. บุคลากรและสุขลักษณะพนักงาน

พนักงานถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของ GMP เพราะอาจเป็นแหล่งปนเปื้อนได้หากไม่มีการควบคุมที่ดี

  • ตัวอย่างข้อกำหนด เช่น
  • ต้องสวมชุดปฏิบัติงาน
  • ล้างมือก่อนเข้าพื้นที่ผลิต
  • มีการอบรมด้านสุขอนามัย
  • ห้ามผู้ป่วยเข้าพื้นที่ผลิต

4. การควบคุมวัตถุดิบ

GMP ครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือกและจัดเก็บวัตถุดิบ เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบมีคุณภาพและปลอดภัย เช่น

  • ตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบ
  • ควบคุมอุณหภูมิการจัดเก็บ
  • มีระบบตรวจสอบวันหมดอายุ
  • ป้องกันการปนเปื้อนระหว่างจัดเก็บ

5. กระบวนการผลิต

ทุกขั้นตอนการผลิตต้องมีมาตรฐานชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ เช่น

  • มีขั้นตอนการทำงานที่เป็นระบบ
  • ควบคุมอุณหภูมิ เวลา และสภาพแวดล้อม
  • ป้องกันการปนเปื้อนข้าม
  • ตรวจสอบคุณภาพระหว่างผลิต

6. การบรรจุและติดฉลาก

GMP ให้ความสำคัญกับการบรรจุสินค้าและข้อมูลบนฉลาก เพื่อป้องกันความผิดพลาด เช่น

  • ใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัย
  • ตรวจสอบข้อมูลฉลากก่อนใช้งาน
  • ป้องกันการสลับสินค้า
  • มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ

7. การจัดเก็บและขนส่ง

สินค้าหลังการผลิตต้องถูกเก็บรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาคุณภาพจนถึงมือผู้บริโภค เช่น

  • ควบคุมอุณหภูมิคลังสินค้า
  • ป้องกันความชื้นและแสงแดด
  • มีระบบ FIFO หรือ FEFO
  • ควบคุมความสะอาดระหว่างขนส่ง

8. ระบบเอกสารและการตรวจสอบย้อนหลัง

GMP กำหนดให้ทุกขั้นตอนต้องมีการบันทึกข้อมูล เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หากเกิดปัญหา
ตัวอย่าง เช่น

  • บันทึกการผลิต
  • บันทึกการตรวจสอบคุณภาพ
  • ประวัติการทำความสะอาดเครื่องจักร
  • เอกสารการรับวัตถุดิบ

9. การควบคุมคุณภาพ (Quality Control)

โรงงานต้องมีการตรวจสอบคุณภาพทั้งก่อนผลิต ระหว่างผลิต และหลังผลิต เพื่อให้สินค้ามีมาตรฐานสม่ำเสมอ

    มาตรฐาน GMP มีทั้งหมดกี่ประเภท ประเภทอะไรบ้าง

    มาตรฐาน Good Manufacturing Practice หรือ GMP สามารถแบ่งออกตามลักษณะการควบคุมกระบวนการผลิต เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละอุตสาหกรรม โดยมีทั้ง 2 ประเภท ดังนี้

    1. General GMP

    General GMP คือ หลักเกณฑ์ GMP ทั่วไป ที่ใช้เป็นมาตรฐานพื้นฐานสำหรับโรงงานผลิตทุกประเภท โดยจะเน้นเรื่องสุขลักษณะและสภาพแวดล้อมในการผลิต เพื่อให้สินค้าออกมาสะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน

    General GMP จะครอบคลุมเรื่องสำคัญ เช่น

    • อาคารและสถานที่ผลิต
    • เครื่องจักรและอุปกรณ์
    • สุขอนามัยของพนักงาน
    • การจัดเก็บวัตถุดิบ
    • การทำความสะอาดภายในโรงงาน
    • ระบบควบคุมคุณภาพเบื้องต้น

    2. Specific GMP

    Specific GMP คือ มาตรฐาน GMP เฉพาะทาง ที่ถูกออกแบบเพิ่มเติมให้เหมาะกับอุตสาหกรรมหรือประเภทสินค้านั้น ๆ เนื่องจากสินค้าแต่ละชนิดมีความเสี่ยงและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยแตกต่างกัน

    ตัวอย่างเช่น

    • GMP สำหรับอาหาร
    • GMP สำหรับอาหารเสริม
    • GMP สำหรับเครื่องสำอาง
    • GMP สำหรับยา
    • GMP สำหรับเครื่องมือแพทย์

    Specific GMP จะมีข้อกำหนดที่ละเอียดและเข้มงวดมากขึ้น เช่น การควบคุมการปนเปื้อน การตรวจสอบสารสำคัญ ระบบห้องผลิตเฉพาะ หรือการควบคุมคุณภาพในแต่ละขั้นตอนการผลิต เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าแต่ละประเภทโดยเฉพาะ

    ข้อกำหนดGMP 6 ข้อ มีอะไรบ้าง

    Good Manufacturing Practice หรือ GMP เป็นหลักเกณฑ์สำคัญที่ใช้ควบคุมมาตรฐานการผลิตให้มีความปลอดภัย สะอาด และได้คุณภาพ โดยข้อกำหนดหลักของ GMP สามารถแบ่งออกได้ 6 ข้อสำคัญ ดังนี้

    1. สถานที่และอาคารผลิต
      สถานที่ผลิตต้องถูกออกแบบให้เหมาะสมต่อการผลิตสินค้า มีความสะอาด และช่วยลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน เช่น แบ่งพื้นที่การผลิตอย่างชัดเจน มีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม มีมาตรการป้องกันแมลงและสัตว์พาหะ ข้อกำหนดส่วนนี้ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อกระบวนการผลิต
    2. เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์
      เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตต้องได้มาตรฐาน สะอาด และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เช่น ใช้วัสดุที่ปลอดภัยต่อสินค้า มีการล้างทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ มีแผนบำรุงรักษาเครื่องจักร ลดความเสี่ยงการปนเปื้อนระหว่างผลิต เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพสม่ำเสมอและปลอดภัยต่อผู้บริโภค
    3. การควบคุมกระบวนการผลิต
      ทุกขั้นตอนการผลิตต้องมีระบบควบคุมที่ชัดเจน เพื่อป้องกันความผิดพลาดและรักษาคุณภาพสินค้า เช่น กำหนดขั้นตอนการทำงานมาตรฐาน มีการตรวจสอบระหว่างการผลิต ป้องกันการปนเปื้อนข้าม ข้อกำหนดนี้ช่วยให้สินค้าแต่ละล็อตมีคุณภาพใกล้เคียงกัน
    4. สุขลักษณะของพนักงาน
      บุคลากรในโรงงานต้องมีสุขอนามัยที่ดี และปฏิบัติตามกฎด้านความสะอาดอย่างเคร่งครัด เช่น สวมชุดปฏิบัติงานทุกครั้ง ล้างมือก่อนเข้าพื้นที่ผลิต สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวก หน้ากาก ถุงมือ เพื่อลดโอกาสการปนเปื้อนจากบุคลากรสู่สินค้า
    5. การจัดเก็บและขนส่ง
      วัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปต้องถูกจัดเก็บและขนส่งอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาคุณภาพสินค้า เช่น ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น แยกเก็บวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป มีระบบตรวจสอบวันหมดอายุ ป้องกันความเสียหายระหว่างขนส่ง ช่วยให้สินค้ายังคงคุณภาพจนถึงมือผู้บริโภค
    6. ระบบเอกสารและการตรวจสอบคุณภาพ
      GMP กำหนดให้ทุกขั้นตอนต้องมีการบันทึกข้อมูลและตรวจสอบคุณภาพอย่างเป็นระบบ เช่น บันทึกข้อมูลการผลิต ตรวจสอบคุณภาพสินค้า เก็บประวัติการตรวจสอบย้อนหลัง มีระบบติดตามและแก้ไขปัญหา ข้อกำหนดนี้ช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้หากเกิดปัญหาในอนาคต

    ความสำคัญของมาตรฐาน GMP

    Good Manufacturing Practice หรือ GMP เป็นมาตรฐานที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมการผลิต เพราะเป็นตัวกำหนด “พื้นฐานความปลอดภัยและคุณภาพ” ของสินค้าในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

    ความสำคัญของ GMP คือการช่วยให้กระบวนการผลิตมีระบบและควบคุมได้ ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น การปนเปื้อน ความผิดพลาดในการผลิต หรือความไม่สม่ำเสมอของสินค้า ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและความน่าเชื่อถือของแบรนด์

    นอกจากนี้ GMP ยังเป็นมาตรฐานที่ช่วยยกระดับโรงงานให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร อาหารเสริม และเครื่องสำอาง ที่ต้องใช้มาตรฐานนี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการขออนุญาตและขยายตลาด

    ประโยชน์ของGMP มีอะไรบ้าง

    ประโยชน์GMP

    GMP ไม่ได้เป็นเพียงข้อกำหนดของโรงงาน แต่ยังสร้างประโยชน์ในหลายด้าน ทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ดังนี้

    1. เพิ่มความปลอดภัยของสินค้า
      ช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของเชื้อโรค สารเคมี หรือสิ่งแปลกปลอม ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัยของสินค้า
    2. ยกระดับคุณภาพสินค้า
      ช่วยให้กระบวนการผลิตมีมาตรฐาน ทำให้สินค้าแต่ละล็อตมีคุณภาพสม่ำเสมอ ไม่เกิดความแปรปรวน
    3. เพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์
      สินค้าที่ผลิตในโรงงานที่ได้มาตรฐาน GMP จะสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และช่วยเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
    4. สนับสนุนการขยายตลาด
      GMP เป็นมาตรฐานพื้นฐานที่หลายประเทศยอมรับ ทำให้สินค้ามีโอกาสส่งออกหรือขยายตลาดได้ง่ายขึ้น
    5. ลดต้นทุนความเสียหาย
      ช่วยลดปัญหาสินค้าชำรุด เสียคุณภาพ หรือถูกเรียกคืน (Recall) ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทางธุรกิจ
    6. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในโรงงาน
      ช่วยให้โรงงานมีระบบการทำงานที่เป็นมาตรฐาน ชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

    GMP vs HACCP ต่างกันยังไง

    GMP-vs-HACCP

    Good Manufacturing Practice และ Hazard Analysis and Critical Control Point เป็นสองระบบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของสินค้า โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร อาหารเสริม และเครื่องสำอาง แต่มีแนวคิดและจุดเน้นที่แตกต่างกัน

    GMP คือ พื้นฐานการผลิตที่ดี

    GMP เป็นมาตรฐานที่กำหนดโครงสร้างและระบบพื้นฐานของโรงงาน เช่น ความสะอาด สถานที่ เครื่องจักร บุคลากร และกระบวนการผลิต โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การผลิต ปลอดภัยและได้มาตรฐานตั้งแต่ต้น สรุป คือ GMP = วางระบบให้โรงงานดีตั้งแต่พื้นฐาน

    ส่วนHACCP คือ “การวิเคราะห์ความเสี่ยง”

    HACCP จะเน้นการวิเคราะห์อันตรายที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการผลิต และกำหนดจุดควบคุมวิกฤต (CCP) เพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิดขึ้นจริง สรุปง่ายๆ คือ HACCP = ควบคุมความเสี่ยงในจุดสำคัญของกระบวนการ

    GMP กับอุตสาหกรรมต่างๆ

    GMPกับอุตสาหกรรม

    Good Manufacturing Practice ถูกนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม เพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า โดยแต่ละอุตสาหกรรมจะมีการปรับรายละเอียดให้เหมาะสมกับลักษณะผลิตภัณฑ์

    1. อุตสาหกรรมอาหาร
      GMP ในอาหารจะเน้นความสะอาด ความปลอดภัย และการป้องกันการปนเปื้อนในทุกขั้นตอน เช่น อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม และขนม
    2. อุตสาหกรรมอาหารเสริม
      เน้นการควบคุมสูตร วัตถุดิบ และความสม่ำเสมอของสารสำคัญ รวมถึงการป้องกันการปนเปื้อนข้ามระหว่างผลิตภัณฑ์
    3. อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง
      ควบคุมความสะอาดของกระบวนการผลิต เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ปลอดภัยต่อผิวหนัง และลดความเสี่ยงการระคายเคืองหรือปนเปื้อน
    4. อุตสาหกรรมยา
      เป็นมาตรฐานที่เข้มงวดมากที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์ ต้องมีการควบคุมทุกขั้นตอนอย่างละเอียดและตรวจสอบได้
    5. อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์
      เน้นความปลอดภัย ความแม่นยำ และความสะอาดสูงสุด เพื่อให้ใช้งานกับผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย

    สรุปบทความ

    มาตรฐาน Good Manufacturing Practice หรือ GMP คือหลักเกณฑ์สำคัญที่ใช้ควบคุมกระบวนการผลิตให้มีความสะอาด ปลอดภัย และได้คุณภาพตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยครอบคลุมทั้งสถานที่ผลิต เครื่องจักร บุคลากร วัตถุดิบ กระบวนการผลิต การจัดเก็บ ไปจนถึงระบบเอกสารและการควบคุมคุณภาพ เพื่อให้สินค้าได้มาตรฐานและลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนหรือความผิดพลาดในกระบวนการผลิต

    ในภาพรวม GMP ถือเป็น “พื้นฐานของโรงงานที่ดี” ที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าสินค้ามีความปลอดภัยและมีคุณภาพสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ General GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานพื้นฐานที่ใช้ทั่วไปในทุกโรงงาน และ Specific GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานเฉพาะทางที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละอุตสาหกรรม เช่น อาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง และยา

    เมื่อเปรียบเทียบกับ Hazard Analysis and Critical Control Point หรือ HACCP จะเห็นว่า GMP เป็นการวาง “ระบบพื้นฐานของโรงงาน” ขณะที่ HACCP เป็นการ “วิเคราะห์และควบคุมความเสี่ยงในจุดวิกฤตของการผลิต” ซึ่งทั้งสองระบบทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับความปลอดภัยของสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

    นอกจากนี้ GMP ยังถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง ยา และเครื่องมือแพทย์ โดยแต่ละอุตสาหกรรมจะมีการปรับรายละเอียดให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและลักษณะของผลิตภัณฑ์ ทำให้ GMP กลายเป็นมาตรฐานสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพสินค้าในระดับสากล

    สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการสร้างแบรนด์อาหารเสริม การเลือกโรงงานที่ได้มาตรฐาน GMP ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโรงงานที่มีระบบการผลิตที่ครบถ้วนและตรวจสอบได้ เช่นโรงงานรับผลิตอาหารเสริม DermagenerationLab ที่มีมาตรฐานการผลิตระดับสากล ช่วยให้เจ้าของแบรนด์มั่นใจได้ว่าสินค้าที่ผลิตออกมามีคุณภาพ ปลอดภัย และพร้อมแข่งขันในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างยั่งยืน

    สนใจปรึกษา รับผลิตอาหารเสริม OEM แบบOne Stop Service
    โทร : 063-081-0630
    Line : @dermagenerationlab

      FAQs

      กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานGMP มีอะไรบ้าง

      มาตรฐาน Good Manufacturing Practice ในประเทศไทยถูกควบคุมและกำกับดูแลภายใต้กฎหมายและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลัก ๆ ได้แก่

      • พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 (สำหรับอาหารและอาหารเสริม)
      • พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558
      • พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510
      • ข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
      • ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานโรงงานผลิต

      การบังคับใช้มาตรฐาน GMP ในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง?

      ในประเทศไทย มาตรฐาน Good Manufacturing Practice ถูกบังคับใช้โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยถือเป็น “ข้อกำหนดพื้นฐาน” สำหรับโรงงานผลิตสินค้าในกลุ่มอาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง และยา

      ลักษณะการบังคับใช้มีดังนี้

      • โรงงานต้องผ่านการตรวจประเมินมาตรฐาน GMP ก่อนเปิดดำเนินการ
      • มีการตรวจสอบและต่ออายุใบอนุญาตเป็นระยะ
      • มีการสุ่มตรวจโรงงานและผลิตภัณฑ์จากภาครัฐ
      • หากไม่ผ่านมาตรฐาน อาจถูกสั่งแก้ไขหรือระงับการผลิต

      กล่าวได้ว่า GMP ในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียง “แนวทาง” แต่เป็น “ข้อบังคับทางกฎหมาย” สำหรับหลายอุตสาหกรรม

      GMP กับBRC ต่างกันยังไง

      Good Manufacturing Practice และ British Retail Consortium เป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการผลิตเช่นเดียวกัน แต่มีระดับและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

      GMP

      • เป็นมาตรฐานพื้นฐานด้านการผลิต
      • เน้นความสะอาด ความปลอดภัย และกระบวนการผลิตที่ดี
      • ใช้เป็นข้อกำหนดขั้นต่ำในหลายอุตสาหกรรม
      • เป็นพื้นฐานก่อนต่อยอดมาตรฐานอื่น

      BRC

      • เป็นมาตรฐานระดับสากลที่เข้มงวดกว่า GMP
      • เน้นระบบความปลอดภัยอาหารและการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)
      • ใช้มากในอุตสาหกรรมส่งออก โดยเฉพาะยุโรปและอังกฤษ
      • มีระบบ Audit ที่ละเอียดและเข้มงวดกว่า

      แหล่งอ้างอิง

      https://food.fda.moph.go.th/gmp-head/

      QA คืออะไร? ต่างจาก QC อย่างไรบ้าง? เบื้องหลังมาตรฐานการผลิตที่เจ้าของแบรนด์ไม่ควรมองข้าม
      QA คืออะไร? ต่างจาก QC อย่างไรบ้าง? เบื้องหลังมาตรฐานการผลิตที่เจ้าของแบรนด์ไม่ควรมองข้าม
      การสร้างแบรนด์ในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องการตลาดหรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงมาตรฐานคุณภาพของสินค้าที่ส่งมอบถึงมือผู้บริโภคด้วย…
      Read more
      dermagenerationlab โรงงานรับผลิตอาหารเสริม
      DermagenerationLab โรงงานผลิตอาหารเสริม รับผลิตอาหารเสริมทุกชนิด ดำเนินการโดยบริษัท รวยมั่งคั่ง 69 จำกัด (RMK69)
      ติดต่อเรา
      บริษัท รวยมั่งคั่ง 69 จำกัด
      ที่อยู่: 99/64 หมู่ที่ 5 ตำบลบางระกำ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม 73130
      ID: 0735566010770
      © 2022 Soflyy. All rights reserved.